Bugun...


​น่าจะดิวกันได้ถึง1.5หมื่นล้าน! “พาณิชย์”จัดเวทีเจรจาธุรกิจ เชิญผู้ซื้อผู้นำเข้าถกซื้อขายยางพาราและผลิตภัณฑ์กับผู้ประกอบการไทย
“พาณิชย์”จัดเวทีเจรจาธุรกิจยางพาราและผลิตภัณฑ์ยางพารา เชิญผู้ซื้อ ผู้นำเข้ากว่า 100 รายจาก 25 ประเทศทั่วโลกเข้ามาเจรจาซื้อขายกับผู้ประกอบการไทย คาดเกิดมูลค่าการซื้อขายไม่ต่ำกว่า 15,000 ล้านบาท เผยผู้นำเข้าที่มาร่วมงานครั้งนี้ ล้วนแต่เป็นรายใหญ่ในอุตสาหกรรมผลิตยางรถยนต์ ล้อรถยนต์และเครื่องบิน อะไหล่รถยนต์ ถุงยางอนามัย ยางรถจักรยานและจักรยานยนต์

​น่าจะดิวกันได้ถึง1.5หมื่นล้าน! “พาณิชย์”จัดเวทีเจรจาธุรกิจ เชิญผู้ซื้อผู้นำเข้าถกซื้อขายยางพาราและผลิตภัณฑ์กับผู้ประกอบการไทย
+ -

“พาณิชย์”จัดเวทีเจรจาธุรกิจยางพาราและผลิตภัณฑ์ยางพารา เชิญผู้ซื้อ ผู้นำเข้ากว่า 100 รายจาก 25 ประเทศทั่วโลกเข้ามาเจรจาซื้อขายกับผู้ประกอบการไทย คาดเกิดมูลค่าการซื้อขายไม่ต่ำกว่า 15,000 ล้านบาท เผยผู้นำเข้าที่มาร่วมงานครั้งนี้ ล้วนแต่เป็นรายใหญ่ในอุตสาหกรรมผลิตยางรถยนต์ ล้อรถยนต์และเครื่องบิน อะไหล่รถยนต์ ถุงยางอนามัย ยางรถจักรยานและจักรยานยนต์  

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า วันที่ 2 ส.ค.2560 กระทรวงพาณิชย์ได้จัดงานเจรจาการค้ายางพาราและผลิตภัณฑ์ยางพารา ระหว่างผู้นำเข้าต่างประเทศและผู้ประกอบการไทย โดยมีผู้ซื้อผู้นำเข้ากว่า 100 ราย จาก 25 ประเทศทั่วโลก เช่น ประเทศในอาเซียน อินเดีย บังคลาเทศ จีน ไต้หวัน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป รัสเซีย อียิปต์ ซาอุดิอาระเบีย อิหร่าน ตุรกี อาร์เจนติน่า และสหรัฐฯ และมีผู้ประกอบการไทยเกือบ 100 ราย เข้าร่วมในการเจรจาธุรกิจ และคาดว่าจะเกิดมูลค่าการซื้อขายโดยรวมกว่า 15,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ การจัดงานเจรจาธุรกิจ จะช่วยสร้างโอกาสให้กับอุตสาหกรรมยางพาราไทยในการหาพันธมิตรทางการค้า และขยายตลาดส่งออกได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มยางล้อ ยางธรรมชาติ ถุงมือยาง ยางคอมพาวด์ และผลิตภัณฑ์ยางอื่นๆ ที่ได้รับความสนใจจากผู้นำเข้าเป็นอย่างมาก และกระทรวงฯ จะมีการจัดงานในลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายตลาดส่งออกให้กับยางพาราและผลิตภัณฑ์ยางพาราของไทย รวมทั้งช่วยผลักดันให้ราคายางในประเทศปรับตัวสูงขึ้น  

นางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ผู้นำเข้ายางและผลิตภัณฑ์ยางรายใหญ่จากต่างประเทศที่ตอบรับเข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย ผู้นำเข้าจากประเทศจีน เช่น บริษัท ชิงต่าว ดับเบิ้ลสตาร์ ผู้ผลิตและจำหน่ายยางรถยนต์ภายใต้แบรนด์ดับเบิ้ลสตาร์ ซึ่งเป็นแบรนด์อันดับ 1 ของจีน บริษัท ชิงต่าว เซนทูรี่ ไทร์ ผู้ผลิตและจำหน่ายล้อรถยนต์และเครื่องบิน มีชื่อเสียงด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม มีกำลังการผลิต 27 ล้านล้อต่อปี และบริษัท กวางโจว ซิโน รับเบอร์ ผู้นำเข้ายางพารารายใหญ่ของมณฑลกวางตุ้ง

นอกจากนี้ ยังมีบริษัท บาเรซ อินดัสเตรียล คอมเพล็กซ์ จากอิหร่าน ผู้ผลิตยางรถยนต์และอะไหล่รถยนต์ทำจากยางพาราใหญ่อันดับ 1 ของประเทศ บริษัท คาเร็กซ์ เบอร์ฮัด จากมาเลเซีย ผู้ผลิตถุงยางอนามัยรายใหญ่ของโลก มีกำลังการผลิต 5 ล้านชิ้นต่อปี และบริษัท เดอะ เซาเทิร์น รับเบอร์ อินดัสตรี จากเวียดนาม ผู้ผลิตนำเข้าและผู้ผลิตยางในรถจักรยาน จักรยานยนต์ และรถยนต์ประเภทต่างๆ  เป็นต้น

สำหรับผู้ประกอบการไทยรายสำคัญที่เข้าร่วมงาน เช่น บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยฮั้ว ยางพารา จำกัด (มหาชน) บริษัท วงศ์บัณฑิต จำกัด และสหกรณ์กองทุนสวนยางอำเภทบ่อทอง จำกัด เป็นต้น

ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตยางพาราคุณภาพสูงที่ใหญ่ที่สุดของโลก มีศักยภาพการผลิตถึงกว่า 4 ล้านตันต่อปี ซึ่งนับเป็นหนึ่งในสามของปริมาณการผลิตยางพารารวมทั้งโลก และยังเป็นแหล่งผลิตผลิตภัณฑ์ยางที่สำคัญ เป็นผู้ส่งออกยางยานพาหนะอันดับ 5 ของโลก ผู้ส่งออกถุงมือยางอันดับ 2 ของโลก และยังเป็นผู้ผลิตผู้ส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ที่ทำจากยางพารารายใหญ่ โดยมั่นใจว่าการจัดเวทีเจรจาธุรกิจครั้งนี้ จะทำให้การส่งออกยางพาราและผลิตภัณฑ์ยางพาราของไทยเพิ่มขึ้น

โดยการส่งออกยางพาราในเดือนมิ.ย.2560 มีมูลค่า 14,345 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.8% และการส่งออกยางพาราในช่วง 6 เดือนของปี 2560 (ม.ค.-มิ.ย.) มีมูลค่า 113,019 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.1% ขณะที่การส่งออกผลิตภัณฑ์ยางในเดือนมิ.ย.2560 มีมูลค่า 28,722 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.7% และการส่งออกผลิตภัณฑ์ยางในช่วง 6 เดือน มีมูลค่า 170,153 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53.2%


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการเจรจาล่าสุด สรุปได้ดังนี้ 1.ยางพาราธรรมชาติ (ยางแผ่น ยางแท่ง น้ำยางข้น และยางคอมพาวด์) รวม 442,740 ตัน กําหนดส่งมอบภายใน 1 ปี คิดเป็นมูลค่าสั่งซื้อ 24,350.7 ล้านบาท (คํานวนด้วยราคายาง ณ วันที่ 2 ส.ค.2560 ราคา 55 บาท/กก.) สูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ที่จํานวน 300,000 ตัน มูลค่า 15,000 ล้านบาท 2.ผลิตภัณฑ์ยาง (ล้อยาง และถุงมือยาง) คิดเป็นมูลค่าการสั่งซื้อ รวมทั้งสิ้น 61.21 ล้านเหรียญ (คิดเป็นมูลค่า 2,081.14 ล้านบาท) รวมเป็นมูลค่าสั่งซื้อภายในงาน จำนวน 26,431.14 ล้านบาท กำหนดส่งมอบภายใน 1 ปี




Kaynak: https://www.commercenewsagency.com/news/397

Bu haber 135 defa okunmuştur.

YORUMLAR

Henüz Yorum Eklenmemiştir.Bu Haber'e ilk yorum yapan siz olun.

YORUM YAZ



FACEBOOK YORUM
Yorum

İLGİNİZİ ÇEKEBİLECEK DİĞER HABERLER
FOTO GALERİ
ÇOK OKUNAN HABERLER
VİDEO GALERİ
SON YORUMLANANLAR HABERLER
YUKARI